ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ทำไมน้ำท่วมหุ้นไทยถึงขึ้น


ทำไมน้ำท่วมหุ้นไทยถึงขึ้น
>>ขำๆ = มันลอยขึ้นมากับน้ำมั้งครับ

>> มีสาระ =1.ค่าเงิน$อ่อน รวมถึงสกุลเงินในหลายๆประเทศผันผวน ,รัฐบาลไทยชุดนี้เคยประกาศชอบให้$แข็งเพื่อส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ ดังนั้นจึงไม่เป็นอุปสรรคสำหรับเงินทุนต่างชาติที่จะไหลเข้ามาในไทยและซื้อเป็น Assetเก็บไว้ โดยเฉพาะหุ้น และSETนั้นมี market cap.ไม่ใหญ่มาก จึงทำให้Dominant playerเช่นฝรั่งโยกหุ้นได้ง่าย เมื่อหุ้นขึ้นค่าเงินบาทแข็งก็จะได้กำไรสองเด้ง

>> มีสาระ =2.รู้ๆอยู่ว่าไทยมีน้ำท่วม นักลงทุนในประเทศรู้ทั้งรู้ว่ามีปัจจัยลบในประเทศอย่างรุนแรง ดังนั้นคาดการณ์ได้ไม่ยากว่าจะมีแรงขายออกมา ดังนั้นคุณฝรั่งจึงไม่ต้องเร่งซื้อขึ้นไปสูงๆ แต่จะมีแรงขายออกมาเองฝรั่งก็รับซื้อไว้ เมื่อจังหวะดีๆได้หุ้นครบตามที่ต้องการก็ลากขึ้นเป็น Stepๆ

>> สรุปมีสาระ ="ฝรั่งเข้าเก็งกำไรจากภาวะน้ำท่วม " ผลคือ นักลงทุนตกรถ .เจ๊งจากการ Short Sell , นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานหน้าแหก,ผมเขวี้ยงหนังสือเศรษฐศาสตร์ทิ้ง -_-" (ขำๆ)




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บัญญัติ 10 ประการ ของวิชาเศรษฐศาสตร์

แต่ละคนเลือกตัดสินใจกันอย่างไร  ? บทบัญญัติที่ 1 : แต่ละคนเผชิญภาวะ “ได้อย่าง-เสียอย่าง” (Tradeoffs) เสมอ There is no such thing as a free lunch การแลกกันระหว่าง “ประสิทธิภาพ” (Efficiency) และ “ความยุติธรรม” (Equity) การตระหนักรู้ในภาวะ “ได้อย่าง-เสียอย่าง” ก็มีความสำคัญเพราะคนสามารถมีการตัดสินใจที่ดีก็ต่อเมื่อทราบถึงทางเลือกต่าง ๆ ที่เขามีอยู่ บทบัญญัติที่ 2 : ต้นทุนของสิ่งหนึ่งคือสิ่งที่คุณยอมเสียไปเพื่อให้ได้ของสิ่งนั้นมา ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) คือ สิ่งที่คุณยอมสละไปเพื่อให้ได้มาซึ่งของสิ่งนั้น การตัดสินใจทำอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเรียนต่อหรือไม่ ผู้ตัดสินใจควรคำนึงถึงต้นทุนค่าเสียโอกาสที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจนั้น นักกีฬาที่อาจทำเงินได้เป็นล้าน ๆ หากออกจากโรงเรียนไปเป็นนักกีฬาอาชีพจะตระหนักดีว่าต้นทุนค่าเสียโอกาสในการเรียนต่อของเขาสูงมาก และไม่น่าแปลกใจที่เขาเหล่านั้นเลือกออกจากโรงเรียน เนื่องจาก ประโยชน์ที่ได้จากการเรียนน้อยกว่าต้นทุนที่เกิดขึ้น บทบัญญัติที่ 3 : คนที่มีเหตุมีผลคิดแบบ “เพิ่มทีละหน่วย” (Margin) การเปลี่ยนแปลงแบบเพิ่มทีละหน่วย หรือ “Mar...

ภาวะหุ้นและทอง 2-7-10

ทอง : รายงานการใช้สิทธิเคลมการว่างงานในสหรัฐพุ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณ จาก 13000 เป็น 472000 ทำให้เงิน $ อ่อนยวบ และตามปัจจัยพื้นฐานนี้ อันที่จริงเท่าที่คำนวณน่าจะทำให้ทองคำบวกขึ้นไปประมาณ + 20 $ ได้ครับ แต่เหตุการณ์ที่เป็นบวกเช่นนี้กลับถูกแรงขายอย่างหนัก นำโดย SPDR แต่ก็ขายเพียงแค่ 1.22 ตันเท่านั้น ผสมโรง Follow by กองทุนทองคำต่างๆก็ขายออกมาตามกันทำให้ทองคำร่วงไปถึง 1195 ถือว่ารุนแรงมาก เมื่อเทียบ จาก ปริมาณขายที่ดูไม่ค่อยจะมากเท่าไรนัก ผมตื่นเช้ามาโดยหวังว่าน่าจะ Rebound กลับไปที่ 1215 ได้สบายๆแต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น ขณะที่เขียนเช้านี้อยู่ที่ระดับ 1202 เท่านั้น ปัจจัยทางเทคนิคที่เราเคยใช้เจ้า SMA 21 วันทำกำไรมา 3-4 รอบนั้นเป็นอันต้องลืมไปก่อนแล้วมาหาจุดสังเกตุกันใหม่ ตอนนี้น่าจะดูที่แนวรับ EMA (E=exponential) 75 วัน ซึ่งให้แนวรับที่ 1194 อันเป็นจุดที่ราคาลงมาทดสอบครั้งนึงแล้วไม่หลุดนั่นเองครับ รายงาน จาก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าคนจะนำเงิน จาก การขายทองเพื่อไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลเนื่อง จาก ความผันผวนทางเศรษฐกิจ .... อ้าว....ตกลงทองไม่ใช่ Save Haven แล้วหรือ ก็ว่า...

ภาวะหุ้นและทอง 25-06-10

ทอง นาย Jim Wyckoff ( นักวิเคราะห์ทองของ Kitco) ทำกราฟเพื่อบอกให้ทราบว่า ในระยะหลังๆเรา สามารถใช้เส้นค่าเฉลี่ย 21 วันเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นในทองคำได้ .... ส่วนพวกเราที่เข้าไป Long กัน อีกครั้งที่ 1230 ไปแล้ว น่าจะรอ take profit แถวๆ 1255 ขึ้นไป ขนาดไหนก็ตามความพอใจของ ท่าน แต่ยิ่งอยากได้มากก็จะมีความเสี่ยงที่มากตามไปด้วยนะครับ SET แม้เมื่อวานนี้ต่างชาติจะซื้อหุ้นสุทธิ และผู้คนยังมีความคิดเรื่อง Window Dressing ของกองทุนไว้ในใจ แต่ให้ ระวังขา Short ของกองทุนให้ดี อย่างไรก็ตามต่างชาติยังเป็น long สุทธิอยู่ตามตารางข้างบนเลยมีแรงซื้อหุ้น กลับในช่วงท้ายตลาดทำให้ SET ไม่ลงไปมากนัก ... ช่วงนี้ประเมิณยากจริงๆครับ