ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ตถตา , greed & fear




โลกนี้ไม่ใช่ของเรา มันเป็นไปตามสิ่งที่มันควรจะเป็น เข้าใจและทำตามมันไป ท่านจะเริ่มคุ้นเคยกับมัน ว่ามันก็เป็นเช่นนั้นเอง หรือเรียกว่า ตถตา

greed กับ fear ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยมันไม่เคยเปลี่ยน ถ้าท่านเข้าใจบังคับตัวเองได้ ก็คงไม่อยากจะพยายามขุดสมบัติซื้อต่ำสุดขายแพงสุดหรอกเพราะมันยากเกินไป , greed กับ fearมันจะเกิดขึ้นซ้ำๆจนมีรูปแบบของมัน น้อยครั้งจะมี Surprise หรือ false เกิดให้เห็นบ้างในบางโอกาสซึ่งไม่มาก สุดท้ายแล้วก็แค่ยอมรับมันก็แค่นั้นเอง

จากที่กล่าวมาข้างต้นในเมื่อมนุษย์ไม่เคยเปลี่ยน greed กับ fear ก็ไม่เปลี่ยน แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมันไม่แน่นอน 100%อยู่แล้ว ดังนั้นเราจึงควรเลือกตัดสินใจด้วยความเป็นไปได้จากสิ่งที่มันเคยเป็นแล้วผลต่อเนื่องที่เกิดขึ้นว่ามันควรจะเป็นเช่นไร ดีกว่ามาตัดสินใจด้วยการวัดดวง ด้วยความรู้สึกแม้ท่านจะมีประสบการณ์การลงทุนมานานแล้วก็ตาม(หากไม่กึ๋นจริง-1ในล้าน) แบบนี้ก็เหมือนยึดตัวเองแล้วให้โลกมาเป็นแบบที่ท่านต้องการ ซึ่งมันก็ไม่เคยอยากเอาใจท่านสักเท่าไรหรอก จริงมั้ยครับ

ความหมายของ ตถตา : wiki
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%95%E0%B8%96%E0%B8%95%E0%B8%B2

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บัญญัติ 10 ประการ ของวิชาเศรษฐศาสตร์

แต่ละคนเลือกตัดสินใจกันอย่างไร  ? บทบัญญัติที่ 1 : แต่ละคนเผชิญภาวะ “ได้อย่าง-เสียอย่าง” (Tradeoffs) เสมอ There is no such thing as a free lunch การแลกกันระหว่าง “ประสิทธิภาพ” (Efficiency) และ “ความยุติธรรม” (Equity) การตระหนักรู้ในภาวะ “ได้อย่าง-เสียอย่าง” ก็มีความสำคัญเพราะคนสามารถมีการตัดสินใจที่ดีก็ต่อเมื่อทราบถึงทางเลือกต่าง ๆ ที่เขามีอยู่ บทบัญญัติที่ 2 : ต้นทุนของสิ่งหนึ่งคือสิ่งที่คุณยอมเสียไปเพื่อให้ได้ของสิ่งนั้นมา ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) คือ สิ่งที่คุณยอมสละไปเพื่อให้ได้มาซึ่งของสิ่งนั้น การตัดสินใจทำอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเรียนต่อหรือไม่ ผู้ตัดสินใจควรคำนึงถึงต้นทุนค่าเสียโอกาสที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจนั้น นักกีฬาที่อาจทำเงินได้เป็นล้าน ๆ หากออกจากโรงเรียนไปเป็นนักกีฬาอาชีพจะตระหนักดีว่าต้นทุนค่าเสียโอกาสในการเรียนต่อของเขาสูงมาก และไม่น่าแปลกใจที่เขาเหล่านั้นเลือกออกจากโรงเรียน เนื่องจาก ประโยชน์ที่ได้จากการเรียนน้อยกว่าต้นทุนที่เกิดขึ้น บทบัญญัติที่ 3 : คนที่มีเหตุมีผลคิดแบบ “เพิ่มทีละหน่วย” (Margin) การเปลี่ยนแปลงแบบเพิ่มทีละหน่วย หรือ “Mar...

ภาวะหุ้นและทอง 2-7-10

ทอง : รายงานการใช้สิทธิเคลมการว่างงานในสหรัฐพุ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณ จาก 13000 เป็น 472000 ทำให้เงิน $ อ่อนยวบ และตามปัจจัยพื้นฐานนี้ อันที่จริงเท่าที่คำนวณน่าจะทำให้ทองคำบวกขึ้นไปประมาณ + 20 $ ได้ครับ แต่เหตุการณ์ที่เป็นบวกเช่นนี้กลับถูกแรงขายอย่างหนัก นำโดย SPDR แต่ก็ขายเพียงแค่ 1.22 ตันเท่านั้น ผสมโรง Follow by กองทุนทองคำต่างๆก็ขายออกมาตามกันทำให้ทองคำร่วงไปถึง 1195 ถือว่ารุนแรงมาก เมื่อเทียบ จาก ปริมาณขายที่ดูไม่ค่อยจะมากเท่าไรนัก ผมตื่นเช้ามาโดยหวังว่าน่าจะ Rebound กลับไปที่ 1215 ได้สบายๆแต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น ขณะที่เขียนเช้านี้อยู่ที่ระดับ 1202 เท่านั้น ปัจจัยทางเทคนิคที่เราเคยใช้เจ้า SMA 21 วันทำกำไรมา 3-4 รอบนั้นเป็นอันต้องลืมไปก่อนแล้วมาหาจุดสังเกตุกันใหม่ ตอนนี้น่าจะดูที่แนวรับ EMA (E=exponential) 75 วัน ซึ่งให้แนวรับที่ 1194 อันเป็นจุดที่ราคาลงมาทดสอบครั้งนึงแล้วไม่หลุดนั่นเองครับ รายงาน จาก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าคนจะนำเงิน จาก การขายทองเพื่อไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลเนื่อง จาก ความผันผวนทางเศรษฐกิจ .... อ้าว....ตกลงทองไม่ใช่ Save Haven แล้วหรือ ก็ว่า...

ภาวะหุ้นและทอง 25-06-10

ทอง นาย Jim Wyckoff ( นักวิเคราะห์ทองของ Kitco) ทำกราฟเพื่อบอกให้ทราบว่า ในระยะหลังๆเรา สามารถใช้เส้นค่าเฉลี่ย 21 วันเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นในทองคำได้ .... ส่วนพวกเราที่เข้าไป Long กัน อีกครั้งที่ 1230 ไปแล้ว น่าจะรอ take profit แถวๆ 1255 ขึ้นไป ขนาดไหนก็ตามความพอใจของ ท่าน แต่ยิ่งอยากได้มากก็จะมีความเสี่ยงที่มากตามไปด้วยนะครับ SET แม้เมื่อวานนี้ต่างชาติจะซื้อหุ้นสุทธิ และผู้คนยังมีความคิดเรื่อง Window Dressing ของกองทุนไว้ในใจ แต่ให้ ระวังขา Short ของกองทุนให้ดี อย่างไรก็ตามต่างชาติยังเป็น long สุทธิอยู่ตามตารางข้างบนเลยมีแรงซื้อหุ้น กลับในช่วงท้ายตลาดทำให้ SET ไม่ลงไปมากนัก ... ช่วงนี้ประเมิณยากจริงๆครับ