ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

ภาวะหุ้นและทอง 10-2-2010

ปัจจัยความคลี่คลายปัญหาในหนี้สาธารณะของกรีซ ซึ่งจะได้รับความช่วยเหลือด้วยมาตรการทางการเงินของสหภาพยุโรป ส่งผลให้ ยูโรแข็ง--> $ อ่อน--> และในที่สุดทองคำก็สามารถ Break 1075 ขึ้นมาได้ เป็นแนวต้านราคาซึ่งทองไม่สามารถผ่านขึ้นมาได้ถึงสองครั้ง (Double Top) ณ.จุดนี้อาจทำให้เป็นจุดกลับของราคาทองให้เข้าสู่ขาขึ้นในระยะสั้น-กลาง โดยมีแนวรับที่ 1075 หากหลุดก็รอดูไม่เข้าซื้อให้เวลาสักครึ่งวันก็ได้ครับ ด้วยปัจจัยเดียวกันข้างต้น และราคาน้ำมันที่ rebound ขึ้นมาประมาณ 2 $ (Commodityมาพร้อมกับยูโรที่แข็งขึ้น) ส่งผลให้ Dow สามารถกลับขึ้นมายืนเหนือ 10,000 จุดได้อีกครั้ง ….ย้อนกลับมาที่บ้านเราฝรั่งและสถาบันยังคงขายสุทธิ แถม Short สุทธิสัญญาFutureอีก ราวๆ 1400 ทำให้วันนี้น่าจับตามองว่า SET บ้านเราจะร่วงสวนทางกับปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้นหรือไม่ ในความเข้าใจผม ณ.ช่วงนี้ คือ เค้าพยายามออกของที่มีอยู่พร้อมทั้ง Short Future เพื่อทำกำไรในตลาดขาลงที่ลงมาเนื่องจากแรงขายของเขาเอง จนถึงที่สุดตลาดคลี่คลายแล้ว ก็จะกลับเข้ามาช้อนซื้อหุ้นในราคาถูกอีกครั้งไม่ว่าจะเกิดPanic Sell หรือไม่ พร้อม ปิด Short และเปิด Long...

ภาวะหุ้นและทอง 9-2-2010

SETลงไป 10 จุด แล้วก็เด้งขึ้นมาเหลือแค่ 3 จุดออกอาการวิ่งเล่นซะอย่างนั้น สรุปสุดท้ายฝรั่งกับกองทุนขาย และProp.tradeซื้อ แถมยัง Short Future รวมกันประมาณ 2000 สัญญา ซึ่งเป็นอาการที่ไม่ดีนัก...... เพื่อให้เข้าใจในข้อมูลสรุปปริมาณซื้อ-ขาย จะขออธิบายเฉพาะการลงทุนของนักลงทุนในตลาดบ้านเราก่อนนะครับ นักลงทุนใน ตลาดแบ่งเป็น 4ประเภท คือ ฝรั่ง,กองทุน,Prop.trade และรายย่อย คนที่ผมชอบให้ซื้อมากที่สุดก็คือ กองทุนเพราะโดยมากจะถือลงทุนยาวเนื่องจากมีกฏระเบียบในการซื้อขายมากมายทำให้การเคลื่อนไหวเงินทุนไม่อิสระเสรีหรือแคล่วคล่องว่องไวนัก รองลงมาคือฝรั่ง คนนี้สำคัญมากเพราะจะเป็นคนที่ให้ความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของประเทศหากการซื้อขายของเขาอยู่ในฝั่งซื้อสุทธิ (ทั้งๆที่เราก็รู้ๆกันว่าเป็นฝรั่งหัวดำ,เนื่องจากมีข้อมูลรู้ดีรู้เร็วกว่านักลงทุนไทยซะอีก ) ส่วนคนที่ไม่อยากให้ซื้อเลยก็คือ Prop.trade เพราะรายนี้ถือสั้นมากๆอย่างนานไม่น่าเกิน 3 วัน และจะเป็นคนที่ออกตัวเร็วมากที่สุดเพราะต้นทุนค่าคอมฯแทบไม่มี หากวนั ไหน Prop.trade ซื้อหนักก็ให้ทราบไว้เลยว่าอาจมีการเทขายทำกำไรออกมามากเช่นกัน คือเป็นคนที่แสวงหากำไรระยะสั้...

ซื้อถูก-ขายแพง...แบบมีวินัย

กฏเหล็กนักลงทุน ทำได้ง่ายๆ แบบชิวๆ ( 1 ) โดย จารุทัศน์ กราฟแสดงเส้นราคา แนวรับ.แนวต้าน PTT (ที่มา efinancethai.com) ใช่แล้ว ! นักลงทุนผู้ลงทุนในหุ้นทุกคนจักต้องซื้อถูกขายแพงจึงจะได้กำไรน่ะสิ ไม่ต้องบอกก็รู้ ...แต่ว่า ซื้อถูก - ขายแพง...แบบมีวินัย เนี่ย ! จังหวะไหน ทำยังไง คำตอบก็คือ ความมีวินัยในการซื้อถูก คือ ให้ดูจังหวะซื้อที่บริเวณแนวรับ และความมีวินัยในการขายแพงก็คือ ให้ดูจังหวะขายที่บริเวณแนวต้าน แค่นี้เองครับ (ห้ามทำสวนนะครับ เพราะว่า หากทำสวนตามที่บอกก็ คือ ขาดทุนน่ะสิ ) · $ ซื้อที่แนวรับ : หมายถึง ซื้อตอนที่.. o ตอนที่..เส้นราคาสามารถตัดขึ้นเส้นค่าเฉลี่ยซึ่งจากเดิมที่เป็นแนวต้านขึ้นมา(ตัดขึ้นซื้อ:จังหวะซื้อ) เส้นแนวต้านเดิมก็จะกลายเป็นแนวรับใหม่(เส้นเดียวกันนั่นละครับ) o ตอนที่..เส้นราคาตกลงมาที่เส้นแนวรับและสามารถยืนได้และมี Volume (ปริมาณการซื้อขาย) สนับสนุนการยืนอย่างแข็งแรงที่ราคานี้มากพอควร จะเป็นการยืนยันความปลอดภัยของราคาที่เราซื้อได้ในระดับหนึ่ง หากราคาไม่สามารถยืนเส้นค่าเฉลี่ยได้และตัดลงมาเป็นจังหวะที่หากมีหุ้นอยู่ก็ควรขายออกครับ (ตัดลงขาย:จังหวะขาย) · $ ขายที่แนว...

กลยุทธ์การบริหารแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าในธุรกิจค้าปลีก [Merchandising Strategies in Electronics Department in Hypermarket]

เกริ่นนำ ปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าถือเป็นอุปกรณ์หนึ่งที่สำคัญในการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้คน เพื่อใช้ในการอำนวยความสะดวก การทำงานในออฟฟิศ - ในบ้าน ความบันเทิง และการติดต่อ - สื่อสาร เป็นต้น เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องอิเล็กทรอนิคส์เหล่านี้เป็นอุปกรณ์ที่เห็นได้ในทุกบ้านเป็นธรรมดา เช่น ทีวี ตู้เย็น แม้กระทั่งคอมพิวเตอร์ ซึ่งในสมัยก่อนมีไว้ใช้งานแค่ในออฟฟิศและบ้านผู้บริหารระดับสูงขององค์กรเท่านั้น เนื่องจากราคาแพง แต่ในปัจจุบันแทบทุกบ้านของคนทั่วไปโดยเฉพาะในชุมชนเมืองต่างมีคอมพิวเตอร์ใช้ บางบ้านก็มีมากกว่าหนึ่งเครื่อง เนื่องจากราคาที่ถูกลง จากการแข่งขันอย่างรุนแรงและรวดเร็วของผู้ผลิต และในทำนองเดียวกันสำหรับ โทรศัพท์มือถือ ในปัจจุบันแม้กระทั่งผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ไม่มีรายได้เช่น นักเรียน นักศึกษา ต่างก็มีใช้กันแทบทุกคน ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าตามข้อมูลจาก Wikipedia.org ระบุว่าเป็นตลาดที่มีผู้นำตลาด (Dominant) คือ บริษัทจากประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ นั่นคือมีลักษณะเป็นตลาดแข่งขันน้อยราย (Oligopoly) อย่างไรก็ดีตามในกระแสของโลกาภิวัตน์ การติดต่อสื่อสาร (Connectivity) เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีราค...

Charice Pempengco : Power is "Because you love me"

Charice Pempengco เด็กสาวตัวน้อยจากประเทศ Philippine เธอมีพลังเสียงในการขับร้องเพลงอย่างน่าอัศจรรย์ แม้อายุจะน้อย (ปัจจุบัน16 ปี) และไม่เคยได้เรียนร้องเพลงจากสถาบันไหน แต่ความสามารถในการร้องเพลงของเธอนั้นสามารถเทียบชั้นได้กับระดับ World Class ซึ่งบรรดาเหล่า Classical Star ใน Holly Wood หลายต่อหลายคนก็ต่างยอมรับ และยังได้เชิญชวนเธอมาเพื่อขับร้องเพลงประสาน(Duet)อีกด้วย ทำไมเธอถึงได้มีความสามารถได้ขนาดนั้น เสียงของเธอเป็นสิ่งที่สวรรค์บันดาลให้เป็นพิเศษเพื่อให้ได้เป็นนักร้องที่ร้องเพลงได้อย่างเหลือเชื่อ อย่างนั้นหรือไร... สิ่งที่ผมจะนำเสนอให้คุณได้รับรู้คือ Charice เธอร้องเพลงโดยมีเป้าหมายเพื่อที่จะเป็นการช่วยหารายได้มาจุนเจือครอบครัว โดยครอบครัวของเธอมีฐานะอยู่ในระดับกลางถึงล่าง ซึ่งคงเป็นกลุ่มระดับฐานะทางเศรษฐกิจที่น่าสงสารที่สุด เพราะหากคุณอยู่ที่ระดับล่างคุณก็จะได้สิทธิเอื้ออาทรต่างๆที่คนในสังคมจุนเจือให้ด้วยสงเคราะห์ หรือหากอยู่ในระดับกลาง-สูงก็อาจจะได้รับโอกาสจากคนในสังคมระดับสูงอยู่บ้าง Charice มีเป้าหมายที่ชัดเจนอันประกอบไปด้วยศรัทธาแห่งความรักที่มีต่อคนคนหนึ่งที่ผูกพันและใกล้ชิดที...

My Hero

ผมเคยได้ดูภาพยนต์ที่ดีมากๆเรื่องหนึ่งชื่อว่า Batman-The Dark Knight และได้สรุปความลักษณะของฮีโร่คนนี้ได้ว่าเป็นบุคคลประเภท ปิดทองหลังพระ (ตามพระราชดำรัสของในหลวงที่เคารพยิ่งของเรา ที่หวังให้คนไทยเป็นคนดีให้ได้เช่นนี้บ้าง)กล่าวคือ เป็นผู้ซึ่งมีความต้องการช่วยเหลือผู้คนและขจัดความชั่วร้ายที่เกิดขึ้นในสังคม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆรวมทั้งชื่อเสียงและความมีหน้ามีตาในสังคม อีกทั้งยังได้ลงทุนลงแรงมากมายเพื่อให้สำเร็จตามประสงค์ของตนที่อยากได้สังคมที่ดีขึ้นกว่าที่เป็น ในชีวิตจริงนั้นคงเป็นไปได้ยากที่ในสังคมหนึ่งๆ หรือแม้แต่โลกทั้งใบกลมๆนี้จะมีคนเฉกเช่น Batman เพราะการทำดีในสังคมที่มีแต่อวิชชาหรือความโลภเป็นที่ตั้งนั้น กลับเป็นเรื่องยากที่ผู้ต้องการทำความดีที่อาจต้องมีการเสียสละเกิดขึ้น ซึ่งการเสียสละนี้จะเป็นต้นทุนหรือสิ่งที่เป็นผลเสียต่อคนที่ตั้งใจทำความดีนั้นให้ล้มเลิกความคิดไป หากแต่สิ่งที่เราได้ยินได้ฟังจากสื่อต่างๆนั้นการทำความดีต่างๆที่พบเจอ 90%หรือมากกว่านั้นเสียอีก คนที่ทำดีผู้นั้นเขาทราบดีว่าเขาจะได้ออกสื่อหรือแม้แต่เป็นผู้เชิญชวนสื่อให้มาทำข่าวในเรื่องที่เขาทำความดีด้วยตัวเอง ซึ่งพบ...

บัญญัติ 10 ประการ ของวิชาเศรษฐศาสตร์

แต่ละคนเลือกตัดสินใจกันอย่างไร  ? บทบัญญัติที่ 1 : แต่ละคนเผชิญภาวะ “ได้อย่าง-เสียอย่าง” (Tradeoffs) เสมอ There is no such thing as a free lunch การแลกกันระหว่าง “ประสิทธิภาพ” (Efficiency) และ “ความยุติธรรม” (Equity) การตระหนักรู้ในภาวะ “ได้อย่าง-เสียอย่าง” ก็มีความสำคัญเพราะคนสามารถมีการตัดสินใจที่ดีก็ต่อเมื่อทราบถึงทางเลือกต่าง ๆ ที่เขามีอยู่ บทบัญญัติที่ 2 : ต้นทุนของสิ่งหนึ่งคือสิ่งที่คุณยอมเสียไปเพื่อให้ได้ของสิ่งนั้นมา ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) คือ สิ่งที่คุณยอมสละไปเพื่อให้ได้มาซึ่งของสิ่งนั้น การตัดสินใจทำอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเรียนต่อหรือไม่ ผู้ตัดสินใจควรคำนึงถึงต้นทุนค่าเสียโอกาสที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจนั้น นักกีฬาที่อาจทำเงินได้เป็นล้าน ๆ หากออกจากโรงเรียนไปเป็นนักกีฬาอาชีพจะตระหนักดีว่าต้นทุนค่าเสียโอกาสในการเรียนต่อของเขาสูงมาก และไม่น่าแปลกใจที่เขาเหล่านั้นเลือกออกจากโรงเรียน เนื่องจาก ประโยชน์ที่ได้จากการเรียนน้อยกว่าต้นทุนที่เกิดขึ้น บทบัญญัติที่ 3 : คนที่มีเหตุมีผลคิดแบบ “เพิ่มทีละหน่วย” (Margin) การเปลี่ยนแปลงแบบเพิ่มทีละหน่วย หรือ “Mar...