ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ภาวะทองคำ gold future 26-7-54

ทองคำ พวกเราส่วนใหญ่อยู่กันที่ฝั่ง shortซึ่งปกติแล้วจะอยู่แต่ฝั่ง longโดยธรรมชาติ และเนื่องจากเจอ gapขนาดใหญ่เลยทำให้ไม่สามารถ break loss ที่ 1610ได้ทัน


อย่างไรก็ดีมีเรื่องน่าชวนหัวเราะ(ไม่ออก)เกิดขึ้นหลายอย่างเช่น นอร์เวย์เกิดการก่อการร้ายทั้งๆที่เป็นประเทศที่สงบมาก เกิดฟ้าผ่าที่จีนทำให้รถไฟตกราง ที่สำคัญคือEUประชุมเรื่องหนี้กรีซสำเร็จแล้ว แต่แค่ข้ามวันเจอพี่moodyหั่นเครดิตลง3ขั้น(ซะอย่างนั่น) -ที่จริง eu น่าจะเชิญ moodyประชุมด้วยนะจะได้รู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะเรียกว่าฉลาดอะ (แต่ผมเสียโง่เพราะแทบไม่นึกว่า EUจะหาทางออกให้กรีซไม่ได้เลยShort gold-แทบหงายหลังอีกครั้งแต่ยังพอไหว -_-" )

ปัญหาใหญ่ที่จะเจออีกต่อไปนี้ คือเรื่องเพดานหนี้สหรัฐซึ่งแม้ทาทีของรัฐบาลจะแลดูแล้วมีความตั้งใจให้เรื่องนี้ผ่านไปให้จงได้ภายในวันที่2สิงหา เรื่องเพดานหนี้นี้จะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก ที่สำคัญคือพันธบัตรสหรัฐโดยเฉพาะในเอเซียด้วยแล้วคุณรู้หรือไม่ว่า ประเทศในเอเซียเป็นเจ้าหนี้โดยการถือพันธบัตรสหรัฐกว่า 3 ล้านล้าน$เลยทีเดียว(ก็หนาวไปตามกัน) อย่างที่กล่าวว่ารัฐบาลมีท่าทีในการผลักดันเรื่องนี้อย่างชัดเจน ถึงได้ส่งนางคลินตันไปให้คำยืนยันกับจีนที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ ว่าอย่าได้worry ....ถึงจะอย่างนั้นยังคงมีข้อขัดแย้งและการถกเถียงกันภายในหลากหลายปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเพดานหนี้เช่น เพิ่มเพดานหนี้แล้วจะมีเพิ่มรายได้จากไหน เพิ่มtaxดีมั้ย? บลา บลา บลา....

เหตุผลข้างต้นบอกเราได้ว่าในโลกขณะนี้มีความไม่แน่นอนสูงมาก ท่าดีทีเหลวสูงมาก จึงส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุน เหลือแค่ของไม่กี่สิ่งแม้มันจะราคาสูงแล้วก็ตามนั่นคือ goldครับถึงจะอย่างนั้นก็เถอะความวุ่นวายขนาดนี้สถาณการณ์เปลี่ยนแปลงได้ทุกชั่วโมงเลยทีเดียวใกล้ชิดกับพอร์ทคุณให้มากกว่าเดิม อย่าพึ่งปวดหัวหรือไม่สบายไปก่อนก็แล้วกันครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บัญญัติ 10 ประการ ของวิชาเศรษฐศาสตร์

แต่ละคนเลือกตัดสินใจกันอย่างไร  ? บทบัญญัติที่ 1 : แต่ละคนเผชิญภาวะ “ได้อย่าง-เสียอย่าง” (Tradeoffs) เสมอ There is no such thing as a free lunch การแลกกันระหว่าง “ประสิทธิภาพ” (Efficiency) และ “ความยุติธรรม” (Equity) การตระหนักรู้ในภาวะ “ได้อย่าง-เสียอย่าง” ก็มีความสำคัญเพราะคนสามารถมีการตัดสินใจที่ดีก็ต่อเมื่อทราบถึงทางเลือกต่าง ๆ ที่เขามีอยู่ บทบัญญัติที่ 2 : ต้นทุนของสิ่งหนึ่งคือสิ่งที่คุณยอมเสียไปเพื่อให้ได้ของสิ่งนั้นมา ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) คือ สิ่งที่คุณยอมสละไปเพื่อให้ได้มาซึ่งของสิ่งนั้น การตัดสินใจทำอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเรียนต่อหรือไม่ ผู้ตัดสินใจควรคำนึงถึงต้นทุนค่าเสียโอกาสที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจนั้น นักกีฬาที่อาจทำเงินได้เป็นล้าน ๆ หากออกจากโรงเรียนไปเป็นนักกีฬาอาชีพจะตระหนักดีว่าต้นทุนค่าเสียโอกาสในการเรียนต่อของเขาสูงมาก และไม่น่าแปลกใจที่เขาเหล่านั้นเลือกออกจากโรงเรียน เนื่องจาก ประโยชน์ที่ได้จากการเรียนน้อยกว่าต้นทุนที่เกิดขึ้น บทบัญญัติที่ 3 : คนที่มีเหตุมีผลคิดแบบ “เพิ่มทีละหน่วย” (Margin) การเปลี่ยนแปลงแบบเพิ่มทีละหน่วย หรือ “Mar...

Carbon credit ,ไม่ใช่เรื่องใหม่ มาอ่าน เข้าใจกันง่ายๆดีกว่า

"ผลกำไรของเอกชน เป็นของเอกชนเจ้านั้นๆ แต่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นั่นเป็นของสังคมโดยรวม" การทำธุรกิจเพื่อหวังผลกำไร แต่การดำเนินงานนั้นอาจจะส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อมเป็นผลลบสู่สังคม หรือทำให้สังคมขาดทุน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมการผลิต  เช่น การผลิตรถยนต์นั้น ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการปล่อย Co2 ออกมาสู่ชั้นบรรยากาศโลกได้ จนทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก หรือเรียกว่า greenhouse effect  ....นี่เป็นต้นทุนทางสังคม Benefit-cost เราเรียกการทำให้สังคมเสียหายนี้ว่า Negative externalities แปลเป็นไทยแบบภาษาพูดง่ายๆ ก็คือ การประกอบธุรกิจเพื่อหวังผลกำไรของเอกชน(หรืออุตสาหกรรมต่างๆ) กำไรเป็นของเอกชน ซึ่งเป็นเรื่องภายในของคุณ แต่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของสังคมนั้นเสียหาย ซึ่งก่อผลกระทบสู่ภายนอก ในปี 2005 ภายหลังที่ บิล คลินตัน ออกมารณรงค์เรื่องโลกเขียว (รักษาสิ่งแวดล้อม) สถิติจากWorld Resources  ระบุว่า สหรัฐฯพี่ใหญ่เป็นคนปล่อยCo2สูงสุดปีละ 5.7 พันล้านตัน อันดับ 2 คือจีน 3.4 พันล้านตัน อันดับ 3 คือ รัสเซีย 1.5 พันล้านตัน ญี่ปุ่น 1.2 พันล้านตัน อังกฤษ 558 ล้านตัน ส่วนไทย 172 ล้านตัน...

สำหรับน้องๆที่กำลังจะเรียนจบ และ/หรือ กำลังเลือกงาน

สำหรับน้องๆที่กำลังจะเรียนจบ และ/หรือ กำลังเลือกงาน : คุณรู้หรือไม่ว่า มันสำคัญขนาดที่จะเปลี่ยนชีวิต แม้กระทั่งจิตวิญญาณคุณได้เลย ดังนั้น "คิดให้ดีๆ" หลายคนโชคดี มีผู้รู้แนะนำ งานที่เหมาะ ที่ใช่กับคุณ หลายคนไม่ได้โชคดี ไม่มีผู้รู้แนะนำ ต้องออกไปผจญภัยเอง จึงจะได้ข้อมูลมา (เช่นผมเอง) สิ่งที่ผมจะแนะนำให้อาจน่าเบื่อ นั่นคือ "เลือกด้วยใจ" ฟังแล้วมัน นามธรรมมาก โบราณมาก แต่เชื่อสิ มันดีที่สุด เลือกด้วยใจ ไม่ได้หมายความว่า เรียนการเงินมาต้องทำงานการเงิน เลือกด้วยใจ ไม่ได้หมายความว่าได้เงินเดือนเยอะที่สุดเท่าที่มีข้อเสนอเข้ามา เลือกด้วยใจ ไม่ได้หมายความว่า คนอื่นบอกว่าดี แต่หาก"เลือกด้วยใจ" คือ "ใช้ใจเลือก" ใช้ใจเลือก สิ่งที่คุณจะสามารถอยู่กับมันได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกเหนื่อยหน่าย ใช้ใจเลือก งานที่คุณเหนื่อยกับมันแล้วยิ่งสนุกมากขึ้น ยิ่งเจอปัญหาก็ยิ่งท้าทาย หากเจองานที่คุณเลือกด้วยใจและหากใช้ใจที่บริสุทธิ์เลือกมันจริงแล้ว งานมันก็จะออกมาดี เงินทองมากมายมันก็ไม่ไปไหนแน่นอน คุณ(น้องๆ)อาจเป็นผู้สร้างนวัตกรรมสักอย่างให้เกิดขึ้นบนโลกนี้อย่าง...