ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ภาวะหุ้นและทอง 8-03-11 ค่ำ SET & Gold future

รายงาน :
ช่วงนี้เฉพาะประเด็นลิเบียเรื่องเดียวสร้างความผันผวนใน Commoddities และตลาดหุ้นทั่วโลกอย่างมาก โดยCommoddities และตลาดหุ้น จะแปรผันตรงข้ามกัน

ข่าวลือเรื่อง กัดดาฟี พยายามหาทางลงจากอำนาจโดยการเจรจากับกลุ่มต่อต้านหรือที่เค้าเรียกว่ากลุ่มกบฎ

ก่อนปิดตลาดSET : ตลาดยุโรปโดยเฉพาะตลาดเยอรมัน DAX+ประมาณ 0.5%และราคาทองคำผันผวนต่ำกว่า 1430

หลังปิดตลาด SET(20.45น.) :Dax -1 % และทองคำผันผวนมากกว่าราคา 1430

ภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงทิศทางตลาดเปลี่ยนแปลงได้ จากหน้ามือเป็นหลังมือ น่านอนหลับมารอดูผลพรุ่งนี้มากกว่านั่งลุ้นเดี๋ยวจะนอนไม่หลับครับ

เพิ่มเติม +วิเคราะห์ :
SET : มีความเป็นไปได้สูงว่า OPEC จะออกมาช่วยเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการน้ำมันท่ามกลางวิกฤตการเมืองในลิเบีย  ราคาน้ำมันดิบคืนนี้น่าจะอ่อนตัวลงจากปัจจัยนี้และการที่ขึ้นมาแรงมากเกินไป (Over bought)ก็ต้องมีปรับตัวลงสู่สมดุลเป็นธรรมดา  การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันจะส่งผลอย่างมากต่อกลุ่มพลังงานและ SET ว่าจะสามารถผ่านแนวต้านที่แข็งแกร่งที่ 1020 ได้หรือไม่ อย่างไรก็ดีการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ กนง. อาจส่งผลให้มีแรงซื้อกลุ่มธนาคารเข้ามา แต่ก็ให้ระวัง Sell on fact เพราะในเวลาสั้นๆมาแรงไปหน่อย


ทองคำ : แม้ข่าวลือเรื่องกัดดาฟี ซึ่งอาจไม่เป็นความจริง แต่ upside riskไม่น่ามาก เพราะขึ้นมาแรงมากแล้ว และ Momentumไม่ค่อยเสริมแถมมีDivergence พ่วงด้วยความกังวลในเงินเฟ้อของยุโรปซึ่งอาจส่งผลการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามมาครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บัญญัติ 10 ประการ ของวิชาเศรษฐศาสตร์

แต่ละคนเลือกตัดสินใจกันอย่างไร  ? บทบัญญัติที่ 1 : แต่ละคนเผชิญภาวะ “ได้อย่าง-เสียอย่าง” (Tradeoffs) เสมอ There is no such thing as a free lunch การแลกกันระหว่าง “ประสิทธิภาพ” (Efficiency) และ “ความยุติธรรม” (Equity) การตระหนักรู้ในภาวะ “ได้อย่าง-เสียอย่าง” ก็มีความสำคัญเพราะคนสามารถมีการตัดสินใจที่ดีก็ต่อเมื่อทราบถึงทางเลือกต่าง ๆ ที่เขามีอยู่ บทบัญญัติที่ 2 : ต้นทุนของสิ่งหนึ่งคือสิ่งที่คุณยอมเสียไปเพื่อให้ได้ของสิ่งนั้นมา ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) คือ สิ่งที่คุณยอมสละไปเพื่อให้ได้มาซึ่งของสิ่งนั้น การตัดสินใจทำอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเรียนต่อหรือไม่ ผู้ตัดสินใจควรคำนึงถึงต้นทุนค่าเสียโอกาสที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจนั้น นักกีฬาที่อาจทำเงินได้เป็นล้าน ๆ หากออกจากโรงเรียนไปเป็นนักกีฬาอาชีพจะตระหนักดีว่าต้นทุนค่าเสียโอกาสในการเรียนต่อของเขาสูงมาก และไม่น่าแปลกใจที่เขาเหล่านั้นเลือกออกจากโรงเรียน เนื่องจาก ประโยชน์ที่ได้จากการเรียนน้อยกว่าต้นทุนที่เกิดขึ้น บทบัญญัติที่ 3 : คนที่มีเหตุมีผลคิดแบบ “เพิ่มทีละหน่วย” (Margin) การเปลี่ยนแปลงแบบเพิ่มทีละหน่วย หรือ “Mar...

สำหรับน้องๆที่กำลังจะเรียนจบ และ/หรือ กำลังเลือกงาน

สำหรับน้องๆที่กำลังจะเรียนจบ และ/หรือ กำลังเลือกงาน : คุณรู้หรือไม่ว่า มันสำคัญขนาดที่จะเปลี่ยนชีวิต แม้กระทั่งจิตวิญญาณคุณได้เลย ดังนั้น "คิดให้ดีๆ" หลายคนโชคดี มีผู้รู้แนะนำ งานที่เหมาะ ที่ใช่กับคุณ หลายคนไม่ได้โชคดี ไม่มีผู้รู้แนะนำ ต้องออกไปผจญภัยเอง จึงจะได้ข้อมูลมา (เช่นผมเอง) สิ่งที่ผมจะแนะนำให้อาจน่าเบื่อ นั่นคือ "เลือกด้วยใจ" ฟังแล้วมัน นามธรรมมาก โบราณมาก แต่เชื่อสิ มันดีที่สุด เลือกด้วยใจ ไม่ได้หมายความว่า เรียนการเงินมาต้องทำงานการเงิน เลือกด้วยใจ ไม่ได้หมายความว่าได้เงินเดือนเยอะที่สุดเท่าที่มีข้อเสนอเข้ามา เลือกด้วยใจ ไม่ได้หมายความว่า คนอื่นบอกว่าดี แต่หาก"เลือกด้วยใจ" คือ "ใช้ใจเลือก" ใช้ใจเลือก สิ่งที่คุณจะสามารถอยู่กับมันได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกเหนื่อยหน่าย ใช้ใจเลือก งานที่คุณเหนื่อยกับมันแล้วยิ่งสนุกมากขึ้น ยิ่งเจอปัญหาก็ยิ่งท้าทาย หากเจองานที่คุณเลือกด้วยใจและหากใช้ใจที่บริสุทธิ์เลือกมันจริงแล้ว งานมันก็จะออกมาดี เงินทองมากมายมันก็ไม่ไปไหนแน่นอน คุณ(น้องๆ)อาจเป็นผู้สร้างนวัตกรรมสักอย่างให้เกิดขึ้นบนโลกนี้อย่าง...

Carbon credit ,ไม่ใช่เรื่องใหม่ มาอ่าน เข้าใจกันง่ายๆดีกว่า

"ผลกำไรของเอกชน เป็นของเอกชนเจ้านั้นๆ แต่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นั่นเป็นของสังคมโดยรวม" การทำธุรกิจเพื่อหวังผลกำไร แต่การดำเนินงานนั้นอาจจะส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อมเป็นผลลบสู่สังคม หรือทำให้สังคมขาดทุน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมการผลิต  เช่น การผลิตรถยนต์นั้น ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการปล่อย Co2 ออกมาสู่ชั้นบรรยากาศโลกได้ จนทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก หรือเรียกว่า greenhouse effect  ....นี่เป็นต้นทุนทางสังคม Benefit-cost เราเรียกการทำให้สังคมเสียหายนี้ว่า Negative externalities แปลเป็นไทยแบบภาษาพูดง่ายๆ ก็คือ การประกอบธุรกิจเพื่อหวังผลกำไรของเอกชน(หรืออุตสาหกรรมต่างๆ) กำไรเป็นของเอกชน ซึ่งเป็นเรื่องภายในของคุณ แต่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของสังคมนั้นเสียหาย ซึ่งก่อผลกระทบสู่ภายนอก ในปี 2005 ภายหลังที่ บิล คลินตัน ออกมารณรงค์เรื่องโลกเขียว (รักษาสิ่งแวดล้อม) สถิติจากWorld Resources  ระบุว่า สหรัฐฯพี่ใหญ่เป็นคนปล่อยCo2สูงสุดปีละ 5.7 พันล้านตัน อันดับ 2 คือจีน 3.4 พันล้านตัน อันดับ 3 คือ รัสเซีย 1.5 พันล้านตัน ญี่ปุ่น 1.2 พันล้านตัน อังกฤษ 558 ล้านตัน ส่วนไทย 172 ล้านตัน...