ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ภาวะทอง Gold Future ค่ำ 18-1-11

USD index หลุดระดับราคาสำคัญทางจิตวิทยาที่ 80 ทำให้ปัจจุบันร่วงแรงมาถึงที่ระดับ 78.67 (ตอนที่ $ index :80 ราคาทองคำใกล้ๆ 1400 ทั้งนี้เพราะปัจจัยที่แตกต่างกัน)เหตุผลสำคัญ คือ ทางฝั่งยุโรป มีความเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น ทั้งโปรตุเกส อิตาลีและสเปน ประสบความสำเร็จในออกพันธบัตร แต่เพราะว่าการออกพันธบัตรเพื่อมาชำระหนี้ในสภาวะที่ประเทศตนเองสุ่มเสี่ยงมากๆ ก็เลยต้องให้ผลตอบแทนผู้ที่ซื้อพันธบัตรในระดับสูง  ซึ่งผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี พุ่งไปกว่า 7% หรือสูงสุดนับตั้งแต่ยูโรถือกำเนิดขึ้น ดังนั้นความเสี่ยงในสภาวะเศรษฐกิจในกลุ่ม EU ยังคงอยู่ในระดับสูงเนื่องจากภาระในการชำระคืนก็หนักอึ้งด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ประเทศผู้บริโภครายใหญ่อย่างจีนยังรัดเข็มขัดอย่างต่อเนื่อง เรายังไม่อาจสรุปได้ว่าปัญหาหนี้สินในยุโรปจะคลี่คลายได้โดยง่าย ...ฝรั่งจะยังคงช่วยฝรั่งต่อไปแต่จะกลายเป็น"ลักษณะเตี้ยอุ้มค่อม"หรือไม่ ต้องคอยจับตาดู โดยเฉพาะพี่ใหญ่ (US)เองที่ยังเอาตัวเองไม่รอด ถ้าขืนยังพิมพ์เงิน (QE)ออกมาเรื่อยๆ ก็ยิ่งทำให้คนอเมริกาจนลงเรื่อยๆ และพวกคนเอเซียรวมทั้งคนที่ถือทองคำจะมีแต่ร่ำรวยขึ้นเรื่อยๆครับ

กลยุทธ์การซื้อแบบพอร์ทโฟลิโอของพวกเรายังคงใช้ได้(มันก็ใช้ได้ตราบเท่าที่มันใช้ได้นะ อย่าคาดหวังมากเกินไป) หากพิจารณาเฉพาะทิศทาง Gold Spot เป็นสำคัญ ต้นทุนพวกเราก็น่าพอใจทีเดียว โดยอาจไป Take profit ใกล้ๆ 1400 ในระหว่างเขียนอยู่ตอนนี้  Gold Spot ไม่หลุด 1360 แน่ๆ วันนี้ต้องบอกว่าทองคำราคาขึ้นแต่หัววันแต่ไม่ต้องดีใจนะครับ เพราะว่าค่าเงินบาทมันแข็งค่าขึ้นจากช่วงบ่ายมากพอสมควร  พรุ่งนี้ทองคำก็เลยอาจราคาเท่าเดิม หรือเปลี่ยนเแปลงเล็กน้อยเท่านั้นครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บัญญัติ 10 ประการ ของวิชาเศรษฐศาสตร์

แต่ละคนเลือกตัดสินใจกันอย่างไร  ? บทบัญญัติที่ 1 : แต่ละคนเผชิญภาวะ “ได้อย่าง-เสียอย่าง” (Tradeoffs) เสมอ There is no such thing as a free lunch การแลกกันระหว่าง “ประสิทธิภาพ” (Efficiency) และ “ความยุติธรรม” (Equity) การตระหนักรู้ในภาวะ “ได้อย่าง-เสียอย่าง” ก็มีความสำคัญเพราะคนสามารถมีการตัดสินใจที่ดีก็ต่อเมื่อทราบถึงทางเลือกต่าง ๆ ที่เขามีอยู่ บทบัญญัติที่ 2 : ต้นทุนของสิ่งหนึ่งคือสิ่งที่คุณยอมเสียไปเพื่อให้ได้ของสิ่งนั้นมา ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) คือ สิ่งที่คุณยอมสละไปเพื่อให้ได้มาซึ่งของสิ่งนั้น การตัดสินใจทำอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเรียนต่อหรือไม่ ผู้ตัดสินใจควรคำนึงถึงต้นทุนค่าเสียโอกาสที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจนั้น นักกีฬาที่อาจทำเงินได้เป็นล้าน ๆ หากออกจากโรงเรียนไปเป็นนักกีฬาอาชีพจะตระหนักดีว่าต้นทุนค่าเสียโอกาสในการเรียนต่อของเขาสูงมาก และไม่น่าแปลกใจที่เขาเหล่านั้นเลือกออกจากโรงเรียน เนื่องจาก ประโยชน์ที่ได้จากการเรียนน้อยกว่าต้นทุนที่เกิดขึ้น บทบัญญัติที่ 3 : คนที่มีเหตุมีผลคิดแบบ “เพิ่มทีละหน่วย” (Margin) การเปลี่ยนแปลงแบบเพิ่มทีละหน่วย หรือ “Mar...

สำหรับน้องๆที่กำลังจะเรียนจบ และ/หรือ กำลังเลือกงาน

สำหรับน้องๆที่กำลังจะเรียนจบ และ/หรือ กำลังเลือกงาน : คุณรู้หรือไม่ว่า มันสำคัญขนาดที่จะเปลี่ยนชีวิต แม้กระทั่งจิตวิญญาณคุณได้เลย ดังนั้น "คิดให้ดีๆ" หลายคนโชคดี มีผู้รู้แนะนำ งานที่เหมาะ ที่ใช่กับคุณ หลายคนไม่ได้โชคดี ไม่มีผู้รู้แนะนำ ต้องออกไปผจญภัยเอง จึงจะได้ข้อมูลมา (เช่นผมเอง) สิ่งที่ผมจะแนะนำให้อาจน่าเบื่อ นั่นคือ "เลือกด้วยใจ" ฟังแล้วมัน นามธรรมมาก โบราณมาก แต่เชื่อสิ มันดีที่สุด เลือกด้วยใจ ไม่ได้หมายความว่า เรียนการเงินมาต้องทำงานการเงิน เลือกด้วยใจ ไม่ได้หมายความว่าได้เงินเดือนเยอะที่สุดเท่าที่มีข้อเสนอเข้ามา เลือกด้วยใจ ไม่ได้หมายความว่า คนอื่นบอกว่าดี แต่หาก"เลือกด้วยใจ" คือ "ใช้ใจเลือก" ใช้ใจเลือก สิ่งที่คุณจะสามารถอยู่กับมันได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกเหนื่อยหน่าย ใช้ใจเลือก งานที่คุณเหนื่อยกับมันแล้วยิ่งสนุกมากขึ้น ยิ่งเจอปัญหาก็ยิ่งท้าทาย หากเจองานที่คุณเลือกด้วยใจและหากใช้ใจที่บริสุทธิ์เลือกมันจริงแล้ว งานมันก็จะออกมาดี เงินทองมากมายมันก็ไม่ไปไหนแน่นอน คุณ(น้องๆ)อาจเป็นผู้สร้างนวัตกรรมสักอย่างให้เกิดขึ้นบนโลกนี้อย่าง...

Carbon credit ,ไม่ใช่เรื่องใหม่ มาอ่าน เข้าใจกันง่ายๆดีกว่า

"ผลกำไรของเอกชน เป็นของเอกชนเจ้านั้นๆ แต่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นั่นเป็นของสังคมโดยรวม" การทำธุรกิจเพื่อหวังผลกำไร แต่การดำเนินงานนั้นอาจจะส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อมเป็นผลลบสู่สังคม หรือทำให้สังคมขาดทุน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมการผลิต  เช่น การผลิตรถยนต์นั้น ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการปล่อย Co2 ออกมาสู่ชั้นบรรยากาศโลกได้ จนทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก หรือเรียกว่า greenhouse effect  ....นี่เป็นต้นทุนทางสังคม Benefit-cost เราเรียกการทำให้สังคมเสียหายนี้ว่า Negative externalities แปลเป็นไทยแบบภาษาพูดง่ายๆ ก็คือ การประกอบธุรกิจเพื่อหวังผลกำไรของเอกชน(หรืออุตสาหกรรมต่างๆ) กำไรเป็นของเอกชน ซึ่งเป็นเรื่องภายในของคุณ แต่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของสังคมนั้นเสียหาย ซึ่งก่อผลกระทบสู่ภายนอก ในปี 2005 ภายหลังที่ บิล คลินตัน ออกมารณรงค์เรื่องโลกเขียว (รักษาสิ่งแวดล้อม) สถิติจากWorld Resources  ระบุว่า สหรัฐฯพี่ใหญ่เป็นคนปล่อยCo2สูงสุดปีละ 5.7 พันล้านตัน อันดับ 2 คือจีน 3.4 พันล้านตัน อันดับ 3 คือ รัสเซีย 1.5 พันล้านตัน ญี่ปุ่น 1.2 พันล้านตัน อังกฤษ 558 ล้านตัน ส่วนไทย 172 ล้านตัน...