ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ภาวะหุ้นและทอง 7-7-10

ทองคำ : ผู้เล่นรายใหญ่อย่าง SPDR ขายออก 2.43 ตันในขณะที่ $ อ่อนตัวอันเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จะทำให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้น แสดงให้เราเห็นได้ว่านักลงทุนฝั่งยุโรปและ USA.ในช่วงนี้ มีลักษณะเป็นนักลงทุนแบบสวนทาง (contralian) คือขายสวนทางกับมุมมองขึ้น อย่างไรก็ดีคงไม่ต้องวิตกมากนักเพราะเค้าเอาของเก่ามาขาย ส่วนทองคำในสต๊อกของเขาที่ซื้อเข้าในช่วงหลังๆประมาณ180 ตันไล่ซื้อขึ้นมาตั้งแต่ระดับ1200$ ขึ้นไปนั้นถือว่าราคาเฉลี่ยสูงกว่าตอนนี้ ส่วนตัวทองคำเองจะเป็น Save Haven หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับมุมมองของนักลงทุนเอง ทว่าความกังวลในเรื่องเศรษฐกิจทางฝั่งยุโรปและขยะใต้พรมของUSA คงจะยังไม่หมดไป ดังนั้นปัจจัยพื้นฐานคงไม่เหมาะสมที่จะนำมาพิจารณาการลงทุนทองคำในช่วงนี้ได้ จึงให้ดูผู้เล่นรายใหญ่อย่าง SPDR และทางเทคนิคดูแนวรับที่ EMA75 วันยังไม่หลุดเหมือนเดิม....หากหลุดไปอาจปรับกลยุทธ์ และ/หรือ ดูจุดที่นักวิเคราะห์ทองคำทั่วโลกให้ cut lossที่ 1180 $ ครับ

SET : ปัจจัยตลาดเพื่อนบ้าน+ราคาน้ำมัน+ค่าระวางเรือจะเป็นลบยังไงก็ช่าง เราไม่ลงพอถึงเวลาเค้า rebound เราก็ขึ้นกับเค้าด้วย จนน่าสังเกตุว่ามีกองทุนที่ตั้งขึ้นมาเพื่อทำดัชนีหรือไม่โดยเน้นควบคุมหุ้นตัวใหญ่ๆเป็นหลัก อย่างไรก็ดีช่วงเดือนนี้น่าจะขึ้นไปเล่นในกรอบบนได้ ที่ 820-840 เพื่อเก็งกำไรในผลประกอบการ ส่วนหลังจากนี้อาจมี Sell on Fact เพื่อ take profit หลังจากอั้นกันมานานครับ


ปล.บทความภาวะตลาดหุ้นและทอง จัดทำและส่งทางE-mailเป็นประจำทุกเช้า และจะเผยแพร่ทางBlogอย่างเร็วหลังปิดตลาดภาคเช้า

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บัญญัติ 10 ประการ ของวิชาเศรษฐศาสตร์

แต่ละคนเลือกตัดสินใจกันอย่างไร  ? บทบัญญัติที่ 1 : แต่ละคนเผชิญภาวะ “ได้อย่าง-เสียอย่าง” (Tradeoffs) เสมอ There is no such thing as a free lunch การแลกกันระหว่าง “ประสิทธิภาพ” (Efficiency) และ “ความยุติธรรม” (Equity) การตระหนักรู้ในภาวะ “ได้อย่าง-เสียอย่าง” ก็มีความสำคัญเพราะคนสามารถมีการตัดสินใจที่ดีก็ต่อเมื่อทราบถึงทางเลือกต่าง ๆ ที่เขามีอยู่ บทบัญญัติที่ 2 : ต้นทุนของสิ่งหนึ่งคือสิ่งที่คุณยอมเสียไปเพื่อให้ได้ของสิ่งนั้นมา ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) คือ สิ่งที่คุณยอมสละไปเพื่อให้ได้มาซึ่งของสิ่งนั้น การตัดสินใจทำอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเรียนต่อหรือไม่ ผู้ตัดสินใจควรคำนึงถึงต้นทุนค่าเสียโอกาสที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจนั้น นักกีฬาที่อาจทำเงินได้เป็นล้าน ๆ หากออกจากโรงเรียนไปเป็นนักกีฬาอาชีพจะตระหนักดีว่าต้นทุนค่าเสียโอกาสในการเรียนต่อของเขาสูงมาก และไม่น่าแปลกใจที่เขาเหล่านั้นเลือกออกจากโรงเรียน เนื่องจาก ประโยชน์ที่ได้จากการเรียนน้อยกว่าต้นทุนที่เกิดขึ้น บทบัญญัติที่ 3 : คนที่มีเหตุมีผลคิดแบบ “เพิ่มทีละหน่วย” (Margin) การเปลี่ยนแปลงแบบเพิ่มทีละหน่วย หรือ “Mar...

สำหรับน้องๆที่กำลังจะเรียนจบ และ/หรือ กำลังเลือกงาน

สำหรับน้องๆที่กำลังจะเรียนจบ และ/หรือ กำลังเลือกงาน : คุณรู้หรือไม่ว่า มันสำคัญขนาดที่จะเปลี่ยนชีวิต แม้กระทั่งจิตวิญญาณคุณได้เลย ดังนั้น "คิดให้ดีๆ" หลายคนโชคดี มีผู้รู้แนะนำ งานที่เหมาะ ที่ใช่กับคุณ หลายคนไม่ได้โชคดี ไม่มีผู้รู้แนะนำ ต้องออกไปผจญภัยเอง จึงจะได้ข้อมูลมา (เช่นผมเอง) สิ่งที่ผมจะแนะนำให้อาจน่าเบื่อ นั่นคือ "เลือกด้วยใจ" ฟังแล้วมัน นามธรรมมาก โบราณมาก แต่เชื่อสิ มันดีที่สุด เลือกด้วยใจ ไม่ได้หมายความว่า เรียนการเงินมาต้องทำงานการเงิน เลือกด้วยใจ ไม่ได้หมายความว่าได้เงินเดือนเยอะที่สุดเท่าที่มีข้อเสนอเข้ามา เลือกด้วยใจ ไม่ได้หมายความว่า คนอื่นบอกว่าดี แต่หาก"เลือกด้วยใจ" คือ "ใช้ใจเลือก" ใช้ใจเลือก สิ่งที่คุณจะสามารถอยู่กับมันได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกเหนื่อยหน่าย ใช้ใจเลือก งานที่คุณเหนื่อยกับมันแล้วยิ่งสนุกมากขึ้น ยิ่งเจอปัญหาก็ยิ่งท้าทาย หากเจองานที่คุณเลือกด้วยใจและหากใช้ใจที่บริสุทธิ์เลือกมันจริงแล้ว งานมันก็จะออกมาดี เงินทองมากมายมันก็ไม่ไปไหนแน่นอน คุณ(น้องๆ)อาจเป็นผู้สร้างนวัตกรรมสักอย่างให้เกิดขึ้นบนโลกนี้อย่าง...

Carbon credit ,ไม่ใช่เรื่องใหม่ มาอ่าน เข้าใจกันง่ายๆดีกว่า

"ผลกำไรของเอกชน เป็นของเอกชนเจ้านั้นๆ แต่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นั่นเป็นของสังคมโดยรวม" การทำธุรกิจเพื่อหวังผลกำไร แต่การดำเนินงานนั้นอาจจะส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อมเป็นผลลบสู่สังคม หรือทำให้สังคมขาดทุน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมการผลิต  เช่น การผลิตรถยนต์นั้น ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการปล่อย Co2 ออกมาสู่ชั้นบรรยากาศโลกได้ จนทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก หรือเรียกว่า greenhouse effect  ....นี่เป็นต้นทุนทางสังคม Benefit-cost เราเรียกการทำให้สังคมเสียหายนี้ว่า Negative externalities แปลเป็นไทยแบบภาษาพูดง่ายๆ ก็คือ การประกอบธุรกิจเพื่อหวังผลกำไรของเอกชน(หรืออุตสาหกรรมต่างๆ) กำไรเป็นของเอกชน ซึ่งเป็นเรื่องภายในของคุณ แต่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของสังคมนั้นเสียหาย ซึ่งก่อผลกระทบสู่ภายนอก ในปี 2005 ภายหลังที่ บิล คลินตัน ออกมารณรงค์เรื่องโลกเขียว (รักษาสิ่งแวดล้อม) สถิติจากWorld Resources  ระบุว่า สหรัฐฯพี่ใหญ่เป็นคนปล่อยCo2สูงสุดปีละ 5.7 พันล้านตัน อันดับ 2 คือจีน 3.4 พันล้านตัน อันดับ 3 คือ รัสเซีย 1.5 พันล้านตัน ญี่ปุ่น 1.2 พันล้านตัน อังกฤษ 558 ล้านตัน ส่วนไทย 172 ล้านตัน...