ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

ภาวะหุ้นและทอง 30-11-10

จาก หนุ่ม : ทองคำ / เล่นรอบ   ในหลายๆครั้งทองคำจะลงแรงหรือถูกเทขายอย่างหนัก ( correction ) เกือบๆ 100 $  หรือมากกว่าโดยประมาณ หลังจากที่ Break previous all time high มาได้สักระยะหนึ่ง ถามว่าราคาทองคำจะต้องอยู่สูงขนาดไหนจึงจะถูก Correction ตอบคือ ข้อสังเกตง่ายๆของผมอยู่ที่ว่า ราคาทองมันอยู่ห่างเส้นค่าเฉลี่ย 21 วันมากขนาดไหน ยิ่งห่างมากเท่าไรก็ยิ่งมีโอกาสถูก correction มากขึ้นเท่านั้น เมื่อนำปัจจัยหลักๆของการ Break previous all time high และ เส้นค่าเฉลี่ย 21 วันมาประกอบกับ RSI ที่ Over bought ก็จะคอมเฟริ์มได้ว่าเราได้ขายเกือบๆ High และหลังจากนั้นเราจึงตั้งรับซื้อตามแนวรับ เพื่อรอให้ทองคำมันทำ   All time high ใหม่อีกครั้งนึงครับ

Sell on Fact

Sell on Fact พวกที่เก่งการวิเคราะห์แบบปัจจัยพื้นฐาน( Value Investor) เท่านั้นถึงจะมีโอกาสซื้อของดีราคาถูกได้ กล่าวคือ สามารถคาดการณ์ได้แม่นยำว่าราคาหุ้นที่กำลังซื้อขายกันอยู่ณ.ปัจจุบันนั้นราคาต่ำกว่ามูลค่า เนื่องจากเขาได้ประเมิณแล้วว่าหุ้นบ.นั้นจะทำกำไรได้สูงในอนาคต กลุ่มคนพวกนี้จะสามารถซื้อหุ้นได้ถูกสุดๆ (ในช่วงเวลา wave1 ของ Elliot wave) แม้ว่าหุ้นจะลงไปมากขนาดไหนพวกเขาก็ไม่กลัวแม้แต่น้อยที่จะช้อนซื้อ และจะไม่มีการ Cut loss เลยแม้แต่นิด เพราะเขารู้แน่ๆว่ามันจะขึ้นจากข้อมูลที่มีอยู่ในมือ (โดยที่ไม่ได้คิดไปเอง) แต่เอาเข้าจริงๆแล้วพวกกลุ่มคนที่เป็นเซียนด้านปัจจัยพื้นฐานอย่างแม่นยำและเฉียบคมนั้นก็คือ กลุ่มคนที่รู้ข้อมูลภายใน (Insider) นั่นเองครับ.........คำพูดที่เราฟังแล้วรู้สึกแปลกๆก็คือ Sell on Fact ใช่มั้ยครับ ? ตอนผมเริ่มลงทุนใหม่ๆ(จบบัญชีมาด้วย ประมาณว่าดูงบการเงินพอเป็น) ก็ งงๆ ว่าเมื่อมีข่าวดี ผลกำไรเติบโตตามคาดการณ์แล้วทำไมจึงถูกเทขาย เบื้องหลังคำพูดนี้ก็คือ เหล่า Insider เก็บหุ้นกันมาก่อนหน้าแล้ว จึงเริ่มปล่อยข่าวให้สัมภาษณ์ บทวิเคราะห์,ข่าว นสพ.ต่างๆเริ่มประชาสัมพันธ์ให้นักล...

ประกาศงดเผยแพร่ความเห็นทางBlogเป็นการชั่วคราว !

ประกาศงดเผยแพร่ความเห็นทางBlogเป็นการชั่วคราว ! โดยจะให้ความเห็น บทวิเคราะห์ และข่าวสารต่างๆผ่านทาง E mail และทางโทรศัพท์เท่านั้น กรุณาติดต่อเพื่อรับข้อมูล ฟรี! ได้ที่ goodnum@gmail.com ครับ

6-10-53

ภาวะหุ้นและทอง 30-09-10 (ค่ำ 29-9)

Marginal Thinking SET : ช่วงนี้บรรยากาศใน SET ดูเหมือนจะคล้ายๆในช่วงเดือนก.ค.ที่ SET อยู่ในระดับ 840 ในช่วงนั้นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์รวมทั้งสถาบันในประเทศต่างมองว่า SET น่าจะปรับตัวลงเนื่องจากวิ่งขึ้นมาแรงในระยะเวลาอันสั้นจากแถวๆ 720 ต่างทยอยขายออกมา ซึ่งสวนทางกับทิศทางกระแสเงินที่ไหลเข้ามาใน SET บ้านเราจึงทำให้ SET วิ่งขึ้นมาแถวๆ 970 จุดได้ในเมื่อวาน ( คนที่ซื้อกองทุนหุ้นรบกวนเช็คด้วยว่ากองทุนหุ้นท่านมีกำไรตามตลาดไหม ?) ต้องทวนความเข้าใจกันอีกทีว่าเมื่อเงินทุนไหลเข้าประเทศไทยจะทำให้ค่าเงินบาทแข็ง ตีความเป็นการกระทำได้ดังนี้คือ เช่น นักลงทุนจากประเทศ USA ต้องการเข้ามาลงทุนในไทย แต่เขาถือเงิน $ จำต้องเอาเงิน $ เข้ามาแลกเป็นเงิน B เพื่อทำธุรกรรมในไทยได้ ดังนั้นอยู่ดีๆเมื่อเงิน Baht มีคนต้องการแลกมากๆนั่นหมายถึงมีความต้องการซื้อ( Demand) ในเงินบาทมาก ...เมื่อมี Demand มากๆธรรมดาสิ่งๆนั้นราคาย่อมสูงขึ้น ซึ่งในที่นี้ก็คือ ค่าเงินบาทแข็งค่ามากขึ้นนั่นเองครับ ( จาก 31 ลงไป 30 usd/thb คือค่าเงินบาทแข็งขึ้นเพราะเราใช้เงินบาทน้อยลงในการเปลี่ยนเป็น usd) มีคนถามผมว่า อย่างที่ผมเคยเรีย...

ภาวะหุ้นและทอง 08-09-10(ค่ำ 070910)

ช่วงนี้งานเอกสารเยอะ ผมจำเป็นต้องทำงานหลักของผมก่อน จึงจะมีเวลามาเขียนให้ท่านได้อ่านกัน มีเรียกร้องกันเข้ามาพอสมควรหลังจากหายไปนาน (ยังไงก็โทรมาก็ได้นี่นาครับ ) ทอง : ราคาที่ 1243 แข็งอะคับ มองสั้นๆอาจจะเป็นแนวรับแบบ double , triple หรือ multiple bottom ไม่สำคัญ สำคัญที่ว่ามันแข็ง ราคาทองจึงไม่ค่อยลงจากระดับนี้ ถึงลงไปหลุดลงไปให้ตกใจกันบ้าง แต่ก็มีซื้อกลับจนมายืนเหนือ 1243 ได้ทุกครั้ง บางครั้งนึกเล่นๆเราอาจจะโชคดีก็ได้นะ (ซึ่งก็โชคดีจริงๆเพราะยังไม่เคยแนะนำให้ short) ที่ราคาทองในช่วงเวลาที่เราซื้อขายกันมันมายืนตรงนี้ได้ ก็เลยมีคนมาแซวผมว่า เอ๊ะ ! ถ้าเราเทรดได้ 24 ชั่วโมง พอถึงตอนที่ราคามันหลุดแนวรับ คุณหนุ่มก็คงแนะนำให้ cut loss แล้วสิ ผมก็เลยตอบว่า “อาจจะ...” ที่บอกว่าอาจจะก็คือ ทองคำเป็นตลาดของนักลงทุนทั่วโลกที่เข้ามาซื้อขายกัน ข้อมูลข่าวสาร เทคนิคการวิเคราะห์ต่างๆก็ใช้ร่วมกัน แทบจะตำราเดียวกัน ดังนั้นสิ่งที่สำคัญก็คือ ศิลปะ และวิจารณญาณของท่านเอง เพราะบางครั้งการที่ทุกคนรู้เท่ากัน มีจุดซื้อ - จุดขายที่เดียวกัน มันก็ง่ายสำหรับกลุ่มคนหรือกองทุนที่เขี้ยวๆทั่วโลก ที่จะปั่นหัวท่านไ...

ภาวะหุ้นและทอง 3-9-10

สรุปข่าวมาบตพุตช่วงเย็นเมื่อวาน (2 ก.ย. 53) -----5 นาทีที่ขายทิ้ง (Dump) อัยการเจ้าของคดี กล่าวว่า โครงการที่เข้าข่ายใน 11 ประเภทกิจการที่มีผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม แต่คำสั่งศาลให้ยกเลิกใบอนญาต และให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่าโครงการที่เข้าข่ายจะสามารถดำเนินการด้านการจัดทำเอกสารด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการ หากโครงการดังกล่าวจำเป็นต้องมีการจัดทำเอกสารด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็ให้ดำเนินการเพื่อมาขอออนุญาตดำเนินโครงการเพื่อพิจารณาต่อไป -----ช่วงเวลาที่ซื้อคืน อัยการระบุว่า 2 โครงการที่ต้องกลับไปนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ สวล.อีกครั้ง คือ โครงการโรงงานผลิตเอทิลีนออกไซด์และเอทิลีนไกลคอน(ส่วนขยาย)ของบริษัท ทีโอซี ไกลคอน จำกัดในเครือ บมจ.ปตท.เคมิคอล( PTTCH) และ โครงการขยายกำลังการผลิตไวนิลคลอไรด์โมโนเมอร์ของ บมจ.ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์( TPC) " ถ้าหากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมฯ เห็นว่าโครงการทั้ง 2 ต้องจัดทำ EIA และ HIA ใหม่ ก็สามารถดำเนินการได้ เพราะโครงการดังกล่าวไม่ได้ผลกระทบรุนแรงถึงขนาดที่จะต้องหยุดดำเนินโคร...